เลอบรอน เจมส์ เรียกว่าเป็นตำนานได้หรือเปล่า?

0
6

ประวัติ เลอบรอน เจมส์

หลังจากที่ได้เชยชมผลงานของเขากันมาเยอะแล้ววันนี้เรามาดู ประวัติของคิงเจมส์กันบ้าง เส้นทางของเขาใน NBA เป็นอย่างไรบ้าง

ชื่อเต็มๆ ของเขา คือ เลอบรอน เรย์มอน เจมส์ ฉายาในวงการของเขาคือ “คิงเจมส์” เขาเกิดในวันที่ 30 ธันวาคม 1984 ซึ่งตอนนี้ก็จะ 34 ปีในไม่กี่สัปดาห์นี้แล้ว เขาเกิดที่เมืองอาครอน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

เจมส์ เริ่มโด่งดังตั้งแต่บาสมัธยม เขาเล่นให้กับโรงเรียนวินเซนต์-เซนต์แมรี ไฮสคูล ซึ่งนอกจากบาสเกตบอลแล้วเขายังเล่นอเมริกันฟุตบอลด้วย เขาเล่นในตำแหน่งพอยด์การ์ด เขาพาทีมชนะ 27 รวดไม่แพ้เลยสักนัด และแน่นอนว่าเขาได้เป็นแชมป์ของรัฐโอไฮโอถึง 2 สมัย และยังได้ตำแหน่ง นักบาสเกตบอลยอดเยี่ยมของรัฐ หรือ “Mr. Basketball” เท่านั้นไม่พอเขายังได้รับตำแหน่ง “All-USA First Team” ของหนังสือพิมพ์ USA Today

ตอนที่เขาอายุได้เพียง 18 ปี เขาถูกดราฟด้วยสิทธิ์นัมเบอร์วันดราฟไปเล่นให้กับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ แถม Nike ก็เซ็นต์สัญญากับเขาก่อนที่เขาจะลงเล่นเกมส์แรกของเขาเสียอีก เรียกได้ว่าฮอตปรอมแตกมาก และคาวาเลียร์ก็คิดไม่ผิดเลยที่เลือกเลอบรอนเจมส์เข้าทีม ในฤดูกาลแรกของเขา เขาได้ทำสถิติเป็นนักบาสที่อายุน้อยสี่สุดที่สามารถทำคะแนนถึง 40 แต้มในเกมส์เดียว และยังได้รับรางวัลนักบาสหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จากนั้น ผลงานของเขาก็ไม่เคยทำให้คาวาเลียร์ และ แฟนๆ ผิดหวังเลย

ฤดูกาล 2004-05 เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำ ทริปเปิล-ดับเบิล

ฤดูกาล 2006-07 นำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ แต่เสียดายที่พ่ายให้กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส

ฤดูกาล 2007-08 เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำแต้มถึงหลักหมื่น

โอลิมปิกเกมส์ 2008 ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกา ไปแข่งบาสเกตบอล และ ได้เหรียญทองกลับมา

และก็เกิดดราม่าขึ้นในฤดูกาล 2010-11 เมื่อเจมส์ตัดสินใจใช้สิทธิ Free Agent ย้ายไปเล่นให้กับ ไมอามี ฮีท และ เข้าร่วมกับ ดเวย์น เหวด และ คริส บอช กลายเป็น “บิ๊กทรี” โดยชาวคลืฟแลนด์ รวมถึงทางทีมรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เลอบรอน เจมส์ กลายเป็นคนทรยศ แต่ถ้ามองกันในมุมของความก้าวหน้าในสายอาชีพก็ถือว่าเจมส์นั้นคิดถูกแล้ว เพราะ ช่วงที่อยู่ในไมอามี ฮีทนี้ ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักบาสแห่งยุคที่แท้จริง

ฤดูกาล 2011-12 คว้าตำแหน่ง MVP และคว้าแชมป์มาให้ไมอามี ฮีท

โอลิมปิกเกมส์ 2012 นำ “ดรีมทีม” คว้าเหรียญทองการแข่งขันบาสชาย

ฤดูกาล 2012-13 ทำสถิติที่ดีที่สุดให้กับ ไมอามี ฮีท และ คว้า MVP มาครอง และ ยังคว้าแชมป์ หลังจากเอาชนะ ซานแอนโทนีโอ สเปอร์ส

หลังจากสร้างตัวเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ได้แล้ว “บิ๊กทรี” ก็ต่างแยกย้ายกันไป ซึ่งสิ่งที่ เจมส์ทำ คือ กลับบ้านไปหา คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ โดยเขาได้กล่าวไว้ว่า เขากลับมาคลีฟแลนด์ เพื่อเหตุผลเดียวเท่านั้น คือ เขาอยากนำชัยชนะมาสู่บ้านเกิดของเขา เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มามากมาย และการกลับมาครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น และเลอบรอน เจมส์ ก็ทำได้จริงๆ หลังจาก 2 ปี เขาทำให้ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ คว้าแชมป์ NBA ครั้งแรกในรอบ 52 ปี

ในช่วง Moratorium ปี 2018 ก็เป็นข่าวใหญ่อีกครั้งเมื่อ เลอบรอน เจมส์ ตัดสินใจย้ายไปลอสแองเจลลีส เลเกอร์ โดยเซ็นสัญญาทั้งหมด 4 ปี ซึ่งเป็นสัญญา 154 ล้านเหรียญสหรัฐ หลายคนคงสงสัยว่าชาวเมืองจะไม่พอใจกับการตัดสินใจจากบ้านของเขาในครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งเราก็ได้เห็นไปแล้วในเกมส์ที่เลเกอร์ส ต้องไปเยือนคาวาเลียร์ ชาวคาวาเลียร์ใวนตอนนี้ได้การต้อนรับที่อบอุ่นในบ้านของตัวเอง

ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในช่วงสุดท้ายของนักกีฬาอาชีพแล้วก็ตาม เขาก็ยังถือว่าเป็นผู้เล่นที่เป็นที่ต้องการอันดับหนึ่ง นอกจากจะเป็นนักบาสที่ดีแล้ว เขายังทำหน้าที่อย่างอื่นได้ดีไม่แพ้กันเลย

ในหน้าที่สามี เราก็ยังไม่เคยเห็นข่าวเสียหายกับผู้หญิงคนอื่น ในหน้าที่พ่อ ลูกๆ ของเขาไม่เคยสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างที่ลูกคนดังมักทำกัน แถมลูกของเขายังมีแววเดินตามทางพ่อที่จะเข้าร่วม NBA

ในฐานะพลเมืองที่มีเงินมหาศาล เขาไม่ได้เอาเงินไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัวอย่างเดียว เขาเปิดโรงเรียนเอกชน ที่ชื่อว่า “I PROMISE SCHOOL” ที่ฟรีทุกอย่าง

ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่เขาก็ไม่ลุ่มหลงไปกับเงิน คิงเจมส์ มีหุ้นของ ลิเวอร์พูล อยู่ 2 % ที่ตอนนี้มีมูลค่าราวๆ 32 ล้านเหรียญและดูท่าทีว่าจะมีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

คุณเคยคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหน? แล้วหลังจากอ่านบทความนี้คุณคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหน? แล้วพรสวรรณค์ของเขามันจริงหรือเปล่า… หรือแค่ย้ายไปทีมที่ดูมีเพื่อนร่วมทีมเก่งๆ?