4 ประเด็นหลัง เหตุ “หงส์แดง” สะดุดแบ่งแต้ม เลสเตอร์

0
250

ช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้ มักมีอะไรให้ลุ้นเสมอ คาดกันไม่ออกกันเลยทีเดียวว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 มกราคม) แมนฯ ซิตี้ ก็แพ้นิวคาสเซิล ซะงั้น ทั้งๆ ที่มีต้นทุนดีกว่าเยอะ อย่างเช่นก่อนหน้านี้ ทุกคนคงคาดว่าลิเวอร์พูลคงคว้า 3 แต้มในนัดที่แข่งกับเลสเตอร์ แต่ผลกลับออกมาเป็นเสมอแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

ประเด็นแรกที่ทำให้ “หงส์แดง” เสมอ “จิ้งจอกสยาม” คือ ความประมาท เนื่องจากลิเวอร์พูลเปิดตัวมาดีมาก นำเลสเตอร์ไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 เลยทำให้ประมาทคู่ต่อสู้ไป และ เลสเตอร์เองก็มีโอกาสในการทำประตูเนื่องจาก แอนดรูย์ โรเบิร์ตสัน ทำฟาวล์ในช่วงท้ายครึ่งเกมส์แรก เลสเตอร์เลยได้ตั้งลูกจากริมฝั่งซ้าย ตีประตูเสมอ ในนาทีที่ 45+2

ประเด็นที่สอง คือ เกมส์รุกของลิเวอร์พูลไม่ดุดันเลย โฮแบร์ตู เฟอร์มีโน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เล่นไม่ค่อยประสานงานกัน ใน 3 คนนี้ มาเน่ ทำผลงานได้ดีที่สุดจากการทำประตูในครึ่งแรก ซาลาห์ ก็เน้นจ่ายมากกว่ายิง ส่วน เฟอร์มิโน ก็ยังไม่คมพอ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ คนเดียวก็รับการรุกของ 3 คนนี้ได้อยู่หมัด

อีกประเด็นที่สำคัญคือ ไม่เพียงแค่แนวรุกที่มีปัญหา แนวรับของลิเวอร์พูลก็มีปัญหาเช่นกัน เนื่องจากกองหลังทีมีโอกาสบาดเจ็บอยู่ ทำให้ตัวเลือกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดง มีไม่มาก เขาเลือก จอร์แดน เฮนเดอร์สันลงเล่นแบ็กขวา ซึ่งเขาก็ทำไม่ดีเท่าที่ควร จริงๆ แล้ว คล็อปป์ น่าจะเลือก ฟาบินโญลงมากกว่า

ประเด็นสุดท้าย คือ การตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมของกรรมการ มาร์ติน แอ๊ตกินสัน ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คล็อปป์ออกอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัด เช่น แม็คไกวร์ โดนแค่ใบเหลือง จากการเข้าสกัด มาเน่ และ ริคาโด เปเรยร่า ที่ไม่โดนลงโทษจากการทำฟาวล์และ ลิเวอร์พูลควรจะได้รับจุดโทษ คล็อปป์ ปลอบใจตัวเองว่า “เลสเตอร์มีโอกาสทำประตูหลายครั้ง ดังนั้นที่เราเสมอ 1-1 มันก็ดีแล้ว”

ผลที่ลิเวอร์พูลเสมอเลสเตอร์ในนัดนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลขยับออกห่าง แมนฯ ซิตี้ได้ไปอีกเพียงแค่ 1 คะแนน ทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ มีคะแนนห่างกันเพียง 5 คะแนน จากที่คาดหวังจะทิ้งห่าง 7 คะแนน ต้องยอมรับว่ามันทำให้เกมส์สนุกขึ้น เหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับแมนฯ ซิตี้ แต่ลิเวอร์พูลก็ถือว่าได้เปรียบกว่าอยู่ดี เนื่องจากตารางการแข่งที่น้อยกว่า และทีมที่เจอเป็นทีมที่ซอฟท์กว่า